ความพยายามผลักดันให้กีฬาสนุกเกอร์-บิลเลียดพ้นจากกรอบพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 กำลังเข้าใกล้เข้าสู่ความสำเร็จอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดย นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย นำทีมคณะกรรมการสมาคมฯ หารือกับคณะกรรมาธิการกีฬาสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอให้กระทรวงมหาดไทยยกเลิกการกำหนดสนุกเกอร์ในหมวดการพนันประเภท ข. หลังจากล่วงเลยมานานกว่า 89 ปี
ตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย กฤษฎีกา และ กกท. ต่างเห็นพ้องว่า การถอดสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันจะส่งเสริมภาพลักษณ์และพัฒนาวงการกีฬาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ไทยมีนักกีฬาระดับโลก เช่น "มิ้งค์" ณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย และ "ใบพัด" สิริภาพร นวนทะคำจัน ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย
การสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนช่วยผลักดันกีฬาสนุกเกอร์ไทย สู่ผลสำเร็จ
การผลักดันสนุกเกอร์ให้พ้นจากบัญชีการพนันต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐที่ต้องปรับแก้กฎหมาย และภาคเอกชนที่สามารถให้การสนับสนุนในด้านงบประมาณและโครงสร้างพื้นฐานของกีฬาสนุกเกอร์โดยจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ เช่น สนุกเกอร์คลินิกสำหรับเยาวชน หรือการแข่งขันระดับประเทศที่โปร่งใส จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่และความน่าเชื่อถือให้กับกีฬาประเภทนี้ได้
การถอดสนุกเกอร์ออกจากบัญชีการพนันไม่ใช่เพียงการแก้ไขกฎหมาย แต่เป็นการวางรากฐานสู่การพัฒนากีฬานี้ในระดับประเทศและนานาชาติ การลงทุนสร้างศูนย์ฝึกอบรมกีฬาสนุกเกอร์ระดับชาติ รวมถึงการสนับสนุนการศึกษาสำหรับนักกีฬา จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถผลิตนักกีฬาที่มีคุณภาพและแข่งขันในระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง
ทำไมสนุกเกอร์ยังติดกรอบ “บัญชีการพนัน”?
พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ระบุให้สนุกเกอร์อยู่ในประเภท ข. เทียบเท่ากับกิจกรรมเสี่ยงโชค เช่น บิงโก และไฮโล แม้เวลาจะผ่านไปมากกว่า 8 ทศวรรษ แต่ข้อกฎหมายนี้กลับยังไม่ถูกปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับยุคสมัย ถึงแม้ว่ากีฬาสนุกเกอร์ได้รับการยอมรับจาก กกท. ตั้งแต่ปี 2528
ให้เป็นกีฬาสากลที่มีการแข่งขันระดับชาติและนานาชาติ เช่น ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และชิงแชมป์โลกสมัครเล่น แต่กลับยังถูกตีกรอบให้อยู่ในบัญชีการพนัน ส่งผลให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีไม่สามารถเข้าไปฝึกซ้อมในโต๊ะสนุกเกอร์ได้ตามกฎหมาย ซึ่งสวนทางกับการพัฒนานักกีฬาในระยะยาว


ความคิดเห็นจากผู้เล่น (0)
No comments yet. Be the first to comment!